
เดินศึกษาป่าในภูเขาท่ามกลางธรรมชาติและศึกษาความต่างระหว่างการใช้ชีวิตของชุมชนร่วมกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติบนเขาหินปูน (อ่านต่อหน้า.......)
จากตัวเมืองมุ่งหน้าไปทางพระพุทธบาท (ถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1) กลับรถที่แยกระหว่างทางไปเพชรบูรณ์กับลพบุรี เลยจากแยกมาประมาณ 100 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนขับไปประมาณ 10 กว่ากิโล จะถึงวัดพระพุทธบาทน้อย หรือ “ ขุนเขาพระพุทธบาทน้อย ” ต.สองคอน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีพื้นที่ 3,200 ไร่ ครอบคลุม อ.ท่าตูม อ.แก่งคอย อ.สองคอน ขุนเขาแห่งนี้มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนสูงชันโดดเด่นสลับซับซ้อน เรียงรายด้วยยอดเขาแหลม ไม่น้อยกว่า 14 ยอด เป็นเทือกเขาหินปูนที่มีระบบนิเวศน์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งจุดน่าสนใจสำหรับการเดินทางครั้งนี้ อยู่ที่ความมหัศจรรย์ของชาวบ้านในชุมชนที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัวแถมยังสามารถสร้างให้กลายเป็นชุมชนการท่องเที่ยวโดยชาวท้องถิ่นอีกด้วย ถามว่ามีอะไรให้ดูให้เที่ยวกัน เริ่มกันที่ “ ผาแดง ” หุบเขาที่เต็มไปด้วยไม้เล็กเนื่องจากในอดีตมีการบุกรุกป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยมาก่อนทำให้ผืนดินขาดความอุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันได้ปรับสภาพด้วยการร่วมมือของชุมชนรอบข้าง เขาหินปูนแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิด “ น้ำซับ ” หรือ แหล่งต้นน้ำของชาวบ้านมานานจนปัจจุบันได้มีการจัดทำเป็นน้ำดื่มสำหรับจำหน่ายกันในชุมชนเป็นรายได้อีกด้วย
บนเขาหินปูนบริเวณนี้ เป็นถิ่นที่ยังคงมี “ ม้าพระอินทร์ ” หรือ เลียงผา ซึ่งว่ากันว่า เป็นสัตว์ที่สูญพันธ์ไปแล้วแต่สามารถหาพบได้ที่เขาหินปูนแห่งนี้ เหล่าม้าพระอินทร์ทั้งหลาย อาศัยอยู่ใน “ ถ้ำสามขา ” เพื่อหลีกเร้นจากความวุ่นวายและอันตรายที่อยู่รอบตัวพบสัตว์สี่ขาหลายชนิดบนเขาแห่งนี้ ยังพบสัตว์สองขาหายาก “ นกจู๋เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรี ”( Limestone Wren Babber/Napothera Crispifrons Calcicola) ซึ่งเป็นนกวงศ์นกกินแมลงโลกเก่าพบที่จังหวัดสระบุรีเพียงแห่งเดียวในโลก นอกจากนั้นเขานี้ยังเป็นแหล่งสำหรับศึกษาค้นคว้าในเรื่องพรรณไม้หายากอีกมากมาย อาทิ 
“ ปรงเขา ” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ มะพร้าวลิง ” , “ จันผา ” , “ จันแดง ” ทั้ง 3 ชนิด เป็น พืชทนแล้งบนเขาหินปูนซึ่งแต่ละต้นมีขนาดใหญ่และมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี “ รองเท้านารี ” ที่สามารถพบเห็นได้ประปรายทั่วไปด้วยสภาวะทางภูมิศาสตร์และอากาศที่เหมาะสม “ ชาฤาษี ” พืชสมุนไพร ที่ถือกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ มีสรรพคุณ บำรุงเลือด ขับปัสสาวะ สามารถพบได้เฉพาะบนหน้าผาหินปูน และ ตรงบริเวณที่สูงที่สุดเท่านั้น “ นางพญารากดำ ” พืชสมุนไพร ที่สามารถนำมาใช้เป็นยาได้ทุกส่วนของลำต้น ยกเว้น “ ใบ ” มีสรรพคุณ เป็นยาบำรุงทำให้อ้วน แก้โรคปอด “ อีก่วย ” หรือองุ่นป่า ที่นำมาทำไวน์จำหน่าย ปัจจุบันได้รับความนิยมมาก
ถัดจากบริเวณป่าออกมาสามารถขับรถไปชม “ ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม ” หรือถ้ำบ่อปลา ของชาวบ้านในเขตรอบๆ ได้ ภายในถ้ำ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ 2 ห้อง ลึกเกือบร้อยเมตร และเต็มไปด้วยหินงอก หินย้อยหลากหลายขนาด ที่ต้องอาศัยความเปลี่ยนของธรรมชาติทั้งทางน้ำ ทางลม ก่อให้เกิด เป็นห้องเล็กห้องน้อย ให้ค้นหาความเปลี่ยนแปรของผาหินขนาดใหญ่ กับมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สามารถรังสรรค์จนกลายเป็นเรื่องราวต่าง ๆตามแต่จะจินตนาการให้เป็น ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม เปรียบเสมือนขุนเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวสองคอน ด้วยเป็นที่ประดิษฐานของ “ หลวงพ่อใหญ่ ” พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองสมัยอยุธยา (กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนให้เป็นพระพุทธรูปโบราณ)

ต้นปรงยักษ์อายุกว่า 500 ปี |

ทิวทัศน์สวยงาม เห็นเทือกเขาใหญ่ฝั่งตรงข้าม |

สวนหย่อมธรรมชาติ ตลอดทางเดินป่า |

หลากพันธ์ไม้สมุนไพร ที่ชุมชนได้พึ่งพามานาน |
|