ตักบาตรดอกไม้หนึ่งเดียวในโลก
เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ความชุ่มชื้น บนเชิงเขาสุวรรณบรรพต
จรดเทือกเขาวงใกล้รอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เป็นจุดเริ่มต้นความสวยงาม
ของมวลหมู่พันธุ์ไม้ หลากสีสัน เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงวันเข้าพรรษาของทุกปี
ดอกไม้ชนิดหนึ่ง จะบานสะพรั่งขาวนวลบริสุทธิ์ ท่ามกลางความเหลืองอร่ามปะปนสีม่วง
แลดูสบายตาเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพตและเทือกเขาวง ชาวบ้าน เรียกดอกไม้ชนิดนี้
ว่า “ ดอกเข้าพรรษา ” ซึ่งเป็นสื่อกลางระหว่าง พุทธศาสนิกชนเพื่อส่งพุทธบูชา
ศรัทธา แก่พระพุทธองค์ผ่านประเพณีตักบาตรดอกไม้ เนื่องในวันเข้าพรรษา
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ ของชาวพุทธจะถือเอาวันเข้าพรราของทุกปี
(ตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ) เป็นวัน ตักบาตรดอกไม้ โดยในตอนเช้าชาวพุทธทั้งผู้เฒ่า
ผู้แก่ และหนุ่มสาวต่างก็จะพากันไปตักบาตรข้าวสุก แด่พระภิกษุสงฆ์ที่ศาลาการเปรียญวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยใจศรัทธา
เมื่อกลับจากการทำบุญตักบาตรข้าวสุกแล้วบรรดาหนุ่มๆ
สาวๆ ก็จะพากันออกไปเก็บดอกไม้ เพื่อเตรียมเอาไว้ใส่บาตร โดยเฉพาะดอกไม้ที่ออกไปเก็บนั้นก็จะต้องเป็น "ดอกเข้าพรรษา" ซึ่งเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ต้นคล้ายๆ ต้นกระชาย หรือ ขมิ้น สูงประมาณ 1 คืบเศา ส่วนสีสันของ ดอกไม้เข้าพรรษานี้ บางต้นก็ผลิดอกสีเหลือง บางต้นก็สีขาว และบางต้นก็สีน้ำเงินม่วง ต้นดอกไม้เข้าพรรษานี้จะขึ้นตาม ไหล่เขาโพธิ์ลังกา หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวงและ เขาพุใกล้ๆ กับพระพุทธบาทที่น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่ง สำหรับต้นดอกไม้ชนิดนี้ก็คือการผลิดอก ถ้ามิใช่ฤดูกาลเริ่มเข้าพรรษา เช่น หน้าร้อน หน้าหนาว อย่างนี้ ต้นเข้าพรรษา จะไม่ผลิดอกออกมาให้เห็น จนชาวบ้านขนานนามให้เป็นที่เหมาะสมว่า "ต้นเข้าพรรษา"
ดอกไม้เข้าพรรษาที่ชาวพุทธออกไปเก็บนั้น
ดอกสีเหลือง ดอกสีขาว ดูจะหาง่ายไม่ลำบากยากเย็นนัก แต่การเก็บดอกไม้เข้าพรรษาสีม่วงเขาถือกันว่าถ้าใครออกไปเก็บดอกไม้เข้าพรรษาสีม่วงมาใส่บาตรได้
คนนั้นจะได้รับบุญกุศลมามายกว่าการนำดอกไม้สีอื่นๆ มาใส่บาตร
ประเพณีตักบาตรดอกไม้
เป็นประเพณีสำคัญที่อยู่คู่กับ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านาน
พี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาท และใกล้เคียง จะถือเอาวันเข้าพรรรษาของทุกปีเป็นวันตักบาตรดอกไม้
และตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา จังหวัดสระบุรี ได้เพิ่มจำนวนวันตักบาตรดอกไม้
จาก 1 วัน เป็น 3 วัน มีพิธีตักบาตรดอกไม้วันละ 2 รอบ คือ รอบเช้า
และรอบบ่าย ในวันแรกของการจัดงานเป็นพิธีบวงสรวงบุคคลหลายวัยด้วยกัน
ดวงพระวิญญานสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท
ขบวนพยุหยาตราสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ขบวนรถบุปผชาติ การแสดงศิลปะพื้นบ้าน
วัฒนะธรรม และขบวนต่างๆ จะเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพระพุทธบาท
ไปตามถนนพหลโยธิน และเลี้ยวเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
โดยจะมีพิธีเปิดงานเสร็จแล้วจะเป็นพิธีตักบาตรดอกไม้ โดยดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์นั้นจะต้องเป็น
"ดอกเข้าพรรษา"
หลังจากที่พระภิษุสงฆ์เดินรับบิณฑบาตรจากพุทธศาสนิกชนแล้ว
จะนำดอกไม้ไปสักการะ " รอยพระพุทธบาท"
พระเจดีย์จุฬามณี อันเป็นพระเจดีย์ที่บรรจะพระเขี้ยวแก้วจำลอง ของพระสัมมนาสัมพุทธเ้จ้า
แล้วนำไปสักกการะพระเจดีย์มหาธาตุองค์ใหญ่ ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระเจดีย์องค์นี้ทรงเหมือนกับองค์พระธุาตพนม
พนม เป็นการคารวะต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และในระหว่างที่พระภิกษุสงฆ์เดินลงจากพระมณฑปนั้น
พุทธศาสนิกชนจะนำเอาน้ำสะอาดมาล้างเท้าพระำภิกษุสงฆ์ ซึ่งถือว่าน้ำที่ได้ชำระล้างเท้าให้พระภิกษุสงฆ์นั้นเสมือนหนึ่งได้ชำระบาปของตนด้วย
"ประเพณีตักบาตรดอกไม้" นับเป็นประเพณีอันเก่าแก่
ที่ควรค่าแห่งการอนุรักษ์ยิ่ง เพราะหนึ่งปีมีหนึ่งครั้ง และมีเพียงแห่งเดียวที่พระพุทธบาท
นอกจากชาวพุทธศาสนิกชน จะได้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับการถวายดอกเข้าพรรษาแด่พระภิกษุสงฆ์
แล้วยังตื่นตาตื่นใจกับขบวนรถบุปผชาติ และการแสดงศิลปพื้นบ้านด้วย
ที่ขาดเสียมิได้คือ ความงดงามของดอกเข้าพรรษาที่บานสะพรั่งทั่วทั้งวัดพระพุทธบาท
ตั้งแต่เช้าตรู จนกระทั่งตะวันเคลื่อนคล้อยลอยลงต่ำ หลังมณฑปพระพุทธบาทแลลับทิวเขาสุวรรณบรรพตไป
กำหนดการ งานประเพณีตักบาตรดอกไม้และถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ตรงกับเดือน 8 (กรกฎาคม) ของทุกปี
วันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 8 พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญานสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอำเภอพระพุทธบาท จำนวน 6 แห่ง (ศาลเจ้าพ่อเขาตก,
ศาลเสด็จปู่กุมภกรรณ, ศาลเจ้าแม่ศรีนวล, ศาลเจ้าหลวง, ศาลเจ้าพ่อดำดง,
ศาลเจ้าพ่อพระกาฬ) และพิธีถวายเทียนพรรษาจังหวัดสระบุรี
วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 เวลา 16.30 น. พิธีเปิดงานตักบาตรดอกไม้
- ชมขบวนแห่เทียนพรรษาพระราชทาน, ขบวนเทียนพรรษาจังหวัดสระบุรี,
ขบวนพยุหยาตรา, ชบวนเจ้าเมืองสระบุรี, ขบวนรถบุปฝาชาติ และขบวนวัฒนธรรม ผ่านกองอำนวยการฯ (บริเวณถนนทางเข้าด้านหน้าวัดฯ) ไปตามถนนสายคู่ เข้าสูบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
- ประธานจำนำเทียนพรรษาพระราชทาน และทียนพรรษาจังหวัดสะรบุรี ไปประดิษฐาน ณ ที่กำหนด (บริเวณถนนหน้ามณฑป)
- เริ่มพิธีตักบาตรดอกไม้
- พระสงฆ์ลงจากมณฑป
- พุทธศาสนิกชนประกอบพิธีล้างเท้าพระ
วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (วันอาสาฬหบูชา)
เริ่มพิธีตักบาตรดอกไม้รอบแรก เวลา 10.00 น. เมื่อพระสงฆ์นำดอกไม้ขึ้นไปนมัสการรอยรพะพุทธบาทเรียบร้อย
พระสงฆ์จะลงมาจากมณฑปเพื่อให้พุทธศาสนิกชนประกอบพิธีล้างเท้าพระและจะเริ่มพิธีตักบาตรดอกไม้
และพิธีล้างเท้าพระอีกครั้งในเวลา 15.00 น.
วันแรม 1ค่ำ เดือน 8 (วันเข้าพรรษา) เริ่มด้วยพิธีกวนเข้าวทิพย์เวลา 9.00 น. ส่วนพิธีตักบาตรดอกไม้และพิธีลางเท้าพระ
เป็นเวลา 10.00 น. และเวลา 15.00 น.
ในระหว่างการจัดงาน บริเวณภายในงานจะมีการแสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
การแข่งขันกีฬา พร้อมจุดบริการนักท่องเที่ยว ณ บริเวณทางเข้าวัดฯ ด้านประตูยักษ์
ดาวน์โหลดแผนผังการจัดงานภายในบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
สำหรับพี่น้องชาวจีนทุกชนชาติ
ที่เดินทางมาร่วมงานตักบาตรดอกไม้ในปีนี้สามารถบูชา "เตี๊ยบ"พาสปอร์ตสุ่สวรรค์
ประทับวีซ่า ตราพระบาทไปแดนสรวง สนับสนุนความเชื่อของจีนว่า ได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะ "เตี๊ยบ" ได้ทุกวันที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
และในช่วงประเพณีตักบาตรดอกไม้ปีนี้ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
จะทำการเปิดพิพิธภัณฑ์อาวุธ และสิ่งของโบราณที่เชื่อกันว่าได้มาจากการทำสงครามในสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของวัดพระพุทธบาท
ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งได้นำอาวุธและสิ่งของโบราณมารวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัดฯ
รวมภาพงานประเพณีตักบาตรดอกไม้ ปีที่ผ่านมา
ประวัติเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินนมัสการรอยพระพุทธบาท
เทศกาล/งานประเพณี จังหวัดสระบุรี
website
วัดพระพุทธบาท
|