ผักหวานป่า เป็นผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักและเป็นที่กล่าวขานของคนทั่วไป ผักหวานป่า เป็นพืชในวงศ์ “Opilaceae” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Melientha Sauvis” เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีอยู่ในป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีขึ้นอยู่เกือบทุกภาคของประเทศไทย เช่น ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตาก เชียงราย ภาคกลางในเขตจังหวัดลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี และภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ผักหวานป่า เป็นผักที่มีรสชาติอร่อย หวานมันสมชื่อ และด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกร จังหวัดสระบุรี ได้พยายามค้นคว้าขยายพันธุ์ผักหวานป่าจนประสบผลสำเร็จ สามารถขยายพื้นที่ปลูกในแถบตำบลสร่างโศก และตำบลหนองบัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันนี้พื้นที่ปลูกประมาณ 800 ไร่เศษ ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ จนมีฐานะดีขึ้นส่วนราคาที่เกษตรกรขายคือ 80-150 บาท แล้วแต่ฤดูกาลและจำนวนที่ออกมาจากสวน ทำรายได้ให้เกษตรกรอำเภอบ้านหมอปีละหลายล้านบาท
ผักหวานป่า เป็นผักที่ให้โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินบี 2 ผู้ที่ขาดวิตามินบี 2 จะทำให้เป็นโรคปากเปื่อย (ปากนกกระจอก) หรือถ้าขาดในวัยเด็กจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโตและแคระแกรนได้ นอกจากนั้นยังเป็นสมุนไพรโดยสามารถแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ต้มดื่มเป็นยาลดไข้ และช่วยในการขับถ่ายได้ดี
ผักหวานป่า เป็นผักปลอดสารพิษโดยธรรมชาติ อย่างน่ามหัศจรรย์ แมลงศัตรูพืชต่างๆแม้แต่หนอนต่างๆ ที่ชอบกินยอดอ่อนของพืชจะไม่กินใบของผักหวานป่า ทั้งที่แตกยอดอ่อนๆ เนื่องจากมีสารชนิดหนึ่งในใบของผักหวานป่า เช่นเดียวกับ สะเดา จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้สารเคมีใดๆ มาฉีดพ่น นอกจากนั้น แล้วต้นผักหวานป่าเองหากจะเร่งให้เจริญเติบโตเกษตรกรจะนิยมใส่ปุ๋ยคอก (มูลสัตว์)
การขยายพันธุ์ผักหวานป่ามีวีธีที่ดีที่สุดคือ เพาะด้วยเมล็ด มีคนเคยทดลองขุดผักหวานมาจากป่าแล้วนำมาปลูกซึ่งจะเจริญเติบโตได้ประมาณ 2-3 ปี แล้วก็ตาย พบสาเหตุว่าต้นที่ขุดแยกออกมาปลูกไม่มีรากแก้ว เป็นส่วนสำคัญยิ่งของต้นไม้ยืนต้น ซึ่งคำกล่าวนี้ก็ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ชาวสวนผักหวานป่ากำลังคิดค้นกันอยู่สำหรับการขยายพันธุ์โดยวิธีปักชำ การตอนกิ่ง อยู่ระหว่างการดำเนินการทดลอง ไม่ทราบว่าจะได้ผลดีกว่าการปลูกเช่นเดียวกับเมล็ดหรือไม่อย่างไร
สำหรับการปลูกด้วยเมล็ดเกษตรกรต้องสร้างสวนป่าขึ้นก่อนโดยการปลูกต้นไม้โตเร็ว เช่น มะขามเปรี้ยว, มะรุม, มะขามเทศ เพื่อให้เกิดร่มเงาหรือมีแสงแดดรำไร เพราะต้นผักหวานป่าไม่ชอบแสงแดดจัดจนเกินไป พออายุได้ 3 ปี ก็เริ่มจะเก็บใบอ่อนไปรับประทานได้ อำเภอบ้านหมอได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอวางแผนปลูกผักหวานป่าเพิ่ม เป็นแผน 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2545-2549 โดยจะแนะนำ ชักชวน เกษตรกรในเขตอำเภอบ้านหมอ ปลูกเพิ่มปีละ 100 ไร่ เป็นอย่างน้อย และได้แนะนำเกษตรกรเพาะพันธุ์ผักหวานป่าด้วยเมล็ดขายเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่หรืออำเภอใกล้เคียง รวมทั้งจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้สั่งซื้อต้นกล้า ปัจจุบันเกษตรกรในเขตอำเภอบ้านหมอได้ขยายพันธุ์พร้อมปลูกไว้จำนวนมาก
นอกเหนือจากได้ขายยอดผักหวานป่าเพื่อให้ผู้บริโภคใช้ประกอบอาหารแล้ว ยังได้มีการแปรูปผักหวานป่าเป็น ชาผักหวาน โดยนำไปชงในน้ำร้อนเพื่อเป็นชาพร้อมดื่มลดความอ้วนได้ หรือนำผักหวานป่าไปต้มกับน้ำตาลทรายบรรจุใส่ขวดแช่เย็นเป็นน้ำผักหวานป่าพร้อมดื่ม แก้กระหาย ป้องกันโรคปากนกกระจอกได้ด้วย ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกผักหวานป่าในเขตอำเภอบ้านหมอ ได้รวมตัวเพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชผักพื้นบ้าน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษได้รักษาไว้มิให้สูญพันธุ์ไปจากท้องถิ่นรวมทั้งเป็นการสร้างแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรที่ยั่งยืน จึงได้จัดให้มีการรับผู้ที่สนใจหรือนักท่องเที่ยว ผู้มีความประสงค์จะเดินทางไปชมสวนผักหวานป่านานาชนิด และที่โด่งดังเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือผักหวานป่าและส้มตำผักหวานป่า บรรยากาศเป็นธรรมชาติเรียบง่าย ราคาไม่แพง
|