ในเมืองไทยแดนพระพุทธศาสนาที่สำคัญยิ่งของโลก เท่าที่ค้นพบแล้วในขณะนี้ก็มีอยู่ด้วยกันไม่กี่องค์ ทุกองค์ล้วนเป็นพระพุทธรูปสกุลช่างสุโขทัยทั้งสิ้น เช่น พระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตรวิทยาราม (พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร) พระพุทธรูปทองคำวัดมาหรรณพาราม (หลวงพ่อพระร่วง) พระพุทธรูปทองคำวัดหงส์รัตนาราม ฯลฯ ซึ่งได้เคลื่อนย้ายไปรวมไว้ในกรุงเทพมหานครในสมัยต่อมาทั้งสิ้น
ส่วนพระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์ จังหวัดสระบุรีที่กล่าวถึงนี้ เป็นพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่องค์เดียวเท่านั้น ที่เป็นพระพุทธรูปสกุลช่างอยุธยา ซึ่งอยากจะเรียกว่า “ สกุลช่างอยุธยาบริสุทธิ์” อันเกิดแต่พุทธศิลป์อู่ทองผสมกับพุทธศิลป์สุโขทัย”
พระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์จึงแตกต่างกับพระพุทธรูปทองคำองค์อื่นใดโดยทั่วไปที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ส่วนผสมของทองคำนั้น พระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์อาจมีเปอร์เซ็นต์สูงเหนือพระพุทธรูปทองคำองค์อื่นใดที่มีขนาดเดียวกันทั้งสิ้น
กล่าวคือเท่าที่ผู้เขียนได้ทราบมา จากการเผ้าติดตามถึงเรื่องราวของพระพุทธรูปทองคำสมัยสุโขทัยทั้ง 3 องค์ ที่ได้เผยโฉมออกมาสู่ชาวโลก ในระหว่างช่วงปี 2498-2500 ซึ่งรัฐบาลไทยสมัยนั้น (จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี) กำลังเตรียมจัดงานมหกรรมสมโภชเฉลิมฉลองพระพุทธศาสนาครั้งยิ่งใหญ่ (ทางการเรียกว่า “ งานฉลองยี่สิบห้าพุทธศตวรรษ” แต่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า “ งานฉลองกึ่งพุทธกาล”) เป็นเหตุบันดาลให้พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองที่ไม่มีใครรู้จัก ได้เปิดเผยประกาศตัวออกมา ท่ามกลางความปิติยินดีของชาวพุทธในเมืองไทยแทบถ้วนหน้า
จากการติดตามข่าวคราวในครั้งนั้น จึงได้ทราบว่าพระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตรมีส่วนผสมทองคำ 40% พระพุทธรูปทองคำวัดมหรรณพาราม (หลวงพ่อพระร่วง) มีส่วนผสมทองคำ 60% แต่พระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์ผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากรมาตรวจดูแล้ว แจ้งว่ามีส่วนผสมทองคำสูงถึง 70%
พระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์ จึงทรงคุณค่าสูงยิ่งทางด้านวัตถุ
แต่พระพุทธรูปทองคำของวัดไตรมิตรและวัดมหรรณพารามนั้น นับว่าเลิศยอดยิ่งทางด้านพุทธศิลป์ สมสกุลช่างชั้นครูของสมัยสุโขทัย ซึ่งเป็นที่เลื่องลือเกริกไกรมาช้านานแล้ว
เป็นที่น่าสังเกตุว่าพระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์นี้ แทบจะไม่มีใครรู้จักเลย นอกจากชาวสระบุรี ก็มีอยู่ไม่มากนักเท่านั้น
พระพุทธรูปทองคำองค์นี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่แสดงถึงศักยภาพของกรุงศรีอยุธยา ราชธรานีที่มีอายุยืนยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทยยุคใหม่ ในรอบ 400 ปีที่ผ่านมานี้
เชื่อว่าพระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์เดียวเท่านั้น ที่รอดพ้นจากน้ำมือของข้าศึก ซึ่งเข้ามาล้างผลาญสร้างความพินาศครั้งใหญ่หลวงให้แก่ราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 นั้น
พระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์ จึงเป็นปูนชนียวัตถุที่ล้ำค่ายิ่งสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องเชิดชูเกียรติภูมิความยิ่งใหญ่ของกรุงศรีอยุธยาแต่ครั้งอดีต ทั้งในด้านความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา และแสนยานุภาพทางทหาร อีกทั้งทางเศรษฐกิจของบรรพชนไทย ในสมัยเมื่อ 500 ปีเศษมาแล้ว สืบไปตราบชั่วกาลนาน
พระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์นี้ เป็นสิ่งที่ชาวสระบุรีจะต้องภาคภูมิใจอีกสิ่งหนึ่งนอกเหนือไปจาก “ รอยพระพุทธบาท” อันทำให้สระบุรีเป็นศูนย์กลางของชาวพุทธในราชอาณาจักรไทยมาเป็นเวลาช้านาน นับได้หลายร้อยปีมาแล้ว
คำนำโดย อาจารย์พิเนตร น้อยพุทธา
พุทธลักษณะของพระพุทธรูปทองคำ
วิเคราะห์องค์ผู้สร้าง
วิเคราะห์การเคลื่อนย้ายที่ประดิษฐาน
|