ภาษาไทย
English
Contact us
                 
 

 

วิเคราะห์องค์ผู้สร้าง

พระพุทธรูปทองคำ

วัดพะเยาว์ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี

คัดมาจากหนังสือพระพุทธรูปทองคำ วัดพะเยาว์

และพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดสระบุรี

จัดทำโดย

นายเสทื้อน ศุภโสภณ, นายพิเนตร น้อยพุทธา,

นายประทีป เชิดธรณินท์, นายวณิชย์ พีชวณิชย์

 

 

พระพุทธรูปที่ยิ่งใหญ่
สร้างขึ้นจากวัสดุอันทรงคุณค่าสูงสุดของมนุษยชาติ
และมีขนาดใหญ่โตเช่นนี้
ไม่มีทางที่มนุษย์ธรรมดาสามัญจะสร้างขึ้นมาได้เลย
นอกจากพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า
ผู้ทรงมีบุญญาธิการยิ่งใหญ่เท่านั้น

 

 

 
 

 

ตามระบบสังคมของบ้านเมืองเรา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น บุคคลธรรมดาสามัญไม่อาจจะมีทองคำไว้ในครอบครอง และไม่อาจนำมาทำเป็นเครื่องประดับใดๆ ได้เลย นอกจากพระมหากษัตริย์ และเชื้อพระวงค์ผู้สูงศักดิ์เท่านั้น

การที่จะสามารถหาทองคำจำนวนมากมาย มีน้ำหนักเป็นตันๆ นั้น จึงเป็นวิสัยของพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าเท่านั้น

ยิ่งการที่นำมาสร้างเป็นองค์พระปฏิมาองค์ใหญ่โตถึงเพียงนี้ขึ้นมาได้นั้น ก็ยิ่งต้องเป็นพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าที่มีพระบุญญาบารมี กอปรด้วยมีพระราชศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ทรงมีนายช่างปฏิมากรที่สามารถเป็นข้าราชบริพารเท่านั้น จึงจะหล่อสร้างเป็นองค์พระพุทธปฏิมาได้สำเร็จ

ดังนั้น ผู้สร้างพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ จะต้องเป็นพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าเท่านั้น

ส่วนจะสร้างขึ้นมาในช่วงเวลาใดนั้น เมื่อวินิจฉัยจากพุทธศิลป์ที่ปรากฏอยู่ก็อาจกล่าวได้ว่าจะต้องเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นโดยพระมหากษัตริย์ใดพระองค์หนึ่ง ในจำนวน 2 พระองค์คือ

    • สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991-2031)
    • สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พ.ศ. 2034-2072)

ทั้งนี้ เนื่องจากหลังรัชสมัยของ 2 พระองค์นี้ สถานการณ์บ้านเมืองมีความยุ่งยากนานัปการ ทั้งภายในและภายนอก เช่น มีการช่วงชิงราชบัลลังก์กัน ถึงขั้นประหัตประหารล้างผาญชีวิตกันอยู่เสมอ เป็นต้นว่า เรื่องของขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์ พระมหากษัตริย์ส่วนใหญ่อยู่ในราชสมบัติด้วยเวลาอันสั้น หลังจากนั้นก็ต้องเผชิญกับศึกใหญ่จากพม่า มีการรบรุกติดพันกันมาเป็นเวลาหลายปี จนกรุงศรีอยุธาต้องตกเป็นประเทศราชครั้งแรกไปนานถึง 15 ปี บ้านเมืองบอบช้ำแหลกลาญยับเยิน จนยากที่จะฟื้นฟูขึ้นมาได้โดยง่าย

ครั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกุ้เอกราชขึ้นมาได้ ก็ต้องเผชิญกับศึกสงครามใหญ่ตลอดเวลา ไม่อาจสร้างสรรค์งานศิลปกรรมการช่างที่สำคัญขึ้นมาได้เลย

แม่นับแต่รัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นต้นมา บ้านเมืองจะค่อยสงบสุข ปราศจากการศึกสงครามภายนอกมาย่ำยี แต่การภายในก็หาเป็นปรกติสุข/ม่ มีการปรัหัตประหารชิงอำนาจกันแทบไม่ว่างเว้นแต่ละรัชกาล ครั้นล่วงถึงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สถานการณ์ณ์บางช่วงจะค่อยดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ถึงยุคสมัยแห่งการช่างศิลปกรรมได้เปลี่ยนแปลงไป ด้วยหันไปนิยมการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องให้ดูหรูหราอลังการ การได้เนไปเช่นนี้ตราบกระทั่งสิ้นสุดยุคสมัยของกรุงศรีอยุธยา ราชธานีสำคัญยิ่งของชาติไทยเรา

ดังนั้น พระพุทธรูปทองคำ วัดพะเยาว์ ประติมากรรมยิ่งใหญ่สิ่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา จึงน่าจะถูกสร้างขึ้นมาในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ในจำนวน 2 พระองค์ ที่ได้เอ่ยพระนามมาแล้วเท่านั้น

ต่อไปนี้จะได้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ โดยลำดับไป

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเป็นพระมหากษัตริยาธิราชที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของชาติ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จขึ้นไปประทับที่เมืองพิษณุโลกในฐานะพระมหาอุปราช ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์เพียง 15 พรรษา แสดงถึงความมั่นคงแห่งพราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ที่สามารถผนวกเอาราชอาณาจักรสุโขทัย เข้ามารวมไว้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้โดยสนิทแน่นดุจทองแผ่นเดียวกันอย่างแท้จริงได้เป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีพระราชศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาเป็นที่ยิ่ง ซ้ำยังทรงดำรงอยู่ในพระราชสมบัติได้เป็นเวลาช้านานถึง 40 ปีอีกด้วย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจึงทรงอยู่ในฐานะที่จะเป็นผู้สร้างพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยประการทั้งปวง

แต่เมื่อได้พิจารณาถึงรายละเอียดแห่งพระราชกรณียกิจทั้งปวงโดยถ่องแท้ ตลอดถึงสถานการณ์ต่างๆ ในรัชสมัยอย่างรอบคอบแล้ว จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะทรงสร้างพระพุทธรูปทองคำองค์สำคัญนี้ขึ้นมาได้ เนื่องจาก แม้จะทรงดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติเป็นเวลาช้านานถึง 40 ปี แต่ก็ทรงมีเวลาที่ประทับอยู่ในกรุงศรีอยุธยาเพียง 15 ปี อีก 25 ปี ได้ทรงย้ายราชธานี และเสด็จขึ้นไปประทับอยู่ ณ เมืองพิษณุโลก ด้วยมีศึกเชียงใหม่ในรัชสมัยแห่งพระเจ้าติโลกราช (ท้าวลก) ยกพหลพลโยธามารุกรานหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทำให้ต้องย้ายราชธานีขึ้นไปรับศึกในครั้งนั้น เป็นเวลาช้านานถึง 25 ปี ตราบกระทั่งเสด็จสวรรคต ราชธานีจึงกลับมาอยู่กรุงศรีอยุธยาตามเดิม

ตลอดเวลา 15 ปีที่ประทับอยู่ ณ กรุงศรีอยุธยา พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากหลาย ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญทั้งสิ้น เช่น

    • ได้ทรงจัดระเบียบบริหารการเมืองการปกครองครั้งใหญ่ มีการแยกราชการทหารกับพลเรือนออกจากกัน เกิดตำแหล่งสมุหนายก และสมุหพระกลาโหม เป็นหัวหน้าพลเรือนและทหาร มีเสนาบดีจตุสดมภ์ภ์ (เมือง วัง คลัง นา) บริหารราชการแผ่นดินตามหน้าที่ นอกจากนี้ยังทรงจัดระเบียบการปกครองหัวเมืองครั้งใหญ่อีกด้วย

พร้อมกันนั้น ก็ยังทรงจัดระเบียบสังคม ที่เรียกกันว่า “ ศักดินา” เป็นการวางระเบียบชั้นฐานันดรศักดิ์ของพลเมืองทุกระดับขั้น ตั้งแต่เจ้านายชั้นสูง ลงมาจนถึงราษฎรสามัญที่เป็นไพร่ ทาส ฯลฯ

    • ได้ทรงย้ายพระราชนิเวศน์มณเฑียรสถานที่ประทับ ขึ้นไปอยู่ทางด้านเหนือ ริมแม่น้ำลพบุรี ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างขวางกว่าเดิมมาก นับเป็นการปฏิบัติปรับปรุงพระราชมณเฑียรสถานที่ประทับ ครั้งใหญ่คราวแรกของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งได้เป็นแบบฉบับของราชธานีที่สถาปนาขึ้นในชั้นหลังต่อมา

ส่วนบริเวณพระราชฐานที่ประทับเดิม ที่มีมาแต่แรกสร้างกรุงนั้น ได้ทรงพระราชอุทิศถวายเป็นพระอารามอยู่ในเขตพระราชฐาน ซึ่งต่อมาได้นามว่า “ วัดพระศรีสรรเพ็ชญ์”

    • ได้ทรงหล่อรูปพระโพธิสัตว์ 550 พระชาติขึ้น ในปี พ.ศ. 2001 เท่าที่ได้ขุดพบเมื่อปี พ.ศ. 2475 นั้น ปรากฎว่ามีทั้งศิลปะอู่ทองและศิลปะอยุธยา

งานหล่อสร้างพระปฎิมาจำนวนมากมายเช่นนี้ ต้องใช้เวลามาก คงไม่อาจจับงานสร้างพระพุทธรูปทองคำ ซึ่งเป็นงานสำคัญยิ่งสุดยอดอย่างหนึ่งขึ้นมาได้

หลังจากนั้นอีก 25 ปี (พ.ศ. 2006-2031) ก็เป็นช่วงเวลาที่เสด็จขึ้นไปประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลก จึงทำให้ได้ทรงสร้างสรรค์งานด้านการพระศาสนาขึ้นไว้ที่นั่นเป็นอันมาก เช่น งานบูรณะวัดจุฬามณี และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่ ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช) ฯลฯ งานประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตเพื่อทรงพระราชนิพนธ์ “ มหาชาติคำหลวง” วรรณกรรมสำคัญยิ่งเรื่องหนึ่งของพระพุทธศาสนาในสังคมไทย

ที่สำคัญที่สุด ก็คือการเสด็จออกทรงผนวชที่วัดจุฬามณี เมื่อปี พ.ศ. 2008 ในครั้งนั้น มีเจ้านายและข้าราชบริพารออกบวชโดยเสด็จด้วย เป็นจำนวนถึง 2,388 รูป

ด้วยเหตุทั้งหลาย ตามที่กล่าวมานี้ จึงวินิจฉัยว่า พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่เช่นนี้ ไม่น่าจะถูกสร้างในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

 

 

 

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สำคัญยิ่งอีกพระองค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ทรงมีเชื้อสายราชวงศ์พระร่วง(สุโขทัย) ทั้งนี้ก็ด้วยทรงมีพระราชชนนีเป็นเจ้าหญิงในราชวงศ์พระร่วง ส่วนสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระบรมชนกนาถ ก็ทรงมีพระราชชนนีเป็นเชื้อสายในราชวงศ์พระร่วงเช่นกัน

พระราชศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนา อันมีอยู่อย่างแรงกล้าในสายพระโลหิตแห่งราชวงศ์พระร่วง ความสง่างามด้วยสิลปกรรมทางพระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรสุโขทัย ทั้งในเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย ฯลฯ แม้ในเมืองพิษณุโลกเอง ล้วนเป็นเครื่องน้อมนำพระราชศรัทธาในการสร้างสรรค์ ความมั่งคงรุ่งเรืองให้แก่การพระศาสนาในราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาทั้งสิ้น

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงพระราชสมภพที่เมืองพิษณุโลก เช่นเดียวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ปีพระราชสมภพคือ พ.ศ. 2015 ทรงมีพระนามเดิมว่า “ พระเชษฐาธิราช” เมื่อพระชันษาได้ 13 ปี สมเด็จพระบรมชนกนาถก็โปรดให้บรรพชาเป็นสามเณร พร้อมกับพระราชนัดดาที่เมืองพิษณุโลกนั้น ครั้งทรงลาผนวชแล้วก็โปรดให้สถาปนาขึ้นเป็นพระมหาอุปราชทันที

เมื่อสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช (สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3) สวรรคตแล้ว ก็ได้เสด็จลงมาครองราชย์สมบัติ ณ กรุงศรีอยุธยาสืบต่อมาในปี พ.ศ. 2034 ตราบกระทั่งได้เสด็จสวรรคตลงในปี พ.ศ. 2072

เมื่อได้เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติแล้ว พระองค์ก็ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เป็นคุณประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองเป็นอันมาก อาทิ

    • ในเวลานั้นสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้ทรงปฏิรูปจัดระเบียบราชการบริหารแผ่นดิน เป็นที่เรียบร้อยแล้วในฝ่ายพลเรือน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ก็ได้ทรงจัดระเบียบราชการฝ่ายทหาร เป็นระเบียบเรียบร้อยสืบต่อมา ได้แก่ การทำสารบัญชีกำหนดระเบียบการเกณฑ์กำลังผู้คนเข้ารับราชการ ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน นอกจากนี้ ก็ยังมีการทำพระราชพิธีทุกหัวเมือง และการทำตำราพิชัยสงคราม เป็นต้น
    • ประเทศได้เปิดสัมพันธไมตรีกับชาวตะวันตกเป็นชาติแรกในรัชสมัยของพระองค์ คือ โปรตุเกส เป็นเหตุให้เรื่องราวของเมืองไทยเราได้รู้จักแพร่หลายไปถึงยุโรปเป็นครั้งแรก
    • ลิลิตยวนพ่าย วรรณกรรมเอกเรื่องหนึ่งของชาติไทย แต่งขึ้นเพื่อยอพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ให้ความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ประเพณี และวัฒนะธรรม เป็นอย่างดีนั้น ก็ได้กำเนิดมีจึ้นมาในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นี้

แต่พระราชกรณียกิจสำคัญของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 อันควรแก่การพิจารณาอย่างยิ่งในที่นี้ ก็คือ พระราชกรณียกิจทางด้านการพระศาสนา ซึ่งมีเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญมาก ดังนี้

    • ได้ทรงสร้างพระมหาสถูปเจดีย์ 2 องค์ขึ้นในวัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นพระเดิมเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระราชบิดา และสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 พระเชษฐา พระมหาเจดีย์นี้สร้างในรูปพระมหาสกูปทรงระฆังแบบลังกา บรรจุของมีค่าไว้เป็นอันมาก

ต่อมาสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร ได้โปรดให้สร้างพระมหาสถูปในรูปแบบเดียวกัน ขนาดเดียวกัน เพิ่มขึ้นมาอีกองค์หนึ่ง บนฐานเดียวกัน เพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2

พระมหาสถูปเจดีย์ 3 องค์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์นี้ ได้เป็นประหนึ่งสัญลักษณ์ของกรุงศรีอยุธยาในกาลต่อมา

    • ได้โปรดให้หล่อพระพุทธรูปยืนสูงใหญ่มหึมา ตามแบบพระอัฎฐารศในสมัยสุโขทัย ซึ่งได้ถวายพระนามว่า “ พระศรีสรรเพชญ์” เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญยิ่งของกรุงศรีอยุธยา มีความสูงถึง 8 วา หุ้มด้วยทองคำน้ำหนังถึง 22,880 บาท

พร้อมกันนั้น ยังทรงสร้างพระวิหารหลวงสูงใหญ่มหึมา เพื่อประดิษฐานพระศรีสรรเพชญ์ และสิ่งก่อสร้างใหญ่น้อยต่างๆ อีกนานัปการ ทำให้พระอารามนี้ได้นามว่า “ วัดพระศรีสรรเพชญ์” แต่นั้นมา

วัดพระศรีสรรเพชญ์ซึ่งได้เริ่มสถาปนามาแต่ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจึงมาสำเร็จเรียบร้อยบริบูรณ์ เป็นพระอารามหลวงที่ยิ่งใหญ่ ในรัชสมัยสมเด็ยพระรามาธิบดีที่ 2 นี้เอง

ด้วยเหตุผลที่กรุงศรีอยุธยาในช่วงรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นี้ เป็นสมัยที่บ้านเมืองรุ่งเรืองร่มเย็นปราศจากยุคเข็ญใดๆ ทั้งภายในและภายนอก ศึกพม่ายังไม่เคยมีมาประชิดติดพระนคร กัมพูชาก็ถูกปราบเข้ามารวมอยู่ในพระราชอำนาจกรุงศรีอยุธยาแล้วตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช – เจ้าสามพระยา อาณาจักรสุโขทัยก็ถูกผนวกเข้ามาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยเด็ดขาดแล้ว ศึกเชียงใหม่แม้จะกลับมีขึ้นมาอีก ก็เป็นเพียงศึกเล็กๆ น้อยๆ สามารถปราบสำเร็จได้โดยง่ายไม่เรื้อรัง บ้านเมืองกำลังมั่งคั่งสมบูรณ์พูนสุขจนสามารถมีทองคำจำนวนมาก นำมาสร้างพระพุทธรูป พระพิมพ์ ศิลปวัตถุ เครื่องประดับตกแต่ง ถนิมพิมพาอาภรณ์นานาชนิด อันล้วนฝีมือวิจิตรประณีตงดงามเป็นยิ่งนัก

ประจักษ์พยานเท่าที่หลงเหลืออยู่ ก็คือ มหาสมบัติจากกรุพระปรางค์ใหญ่ ในวัดราชบูรณะ ที่แตกออกมาในช่วงปี 2500-2501 นอกจากนี้ก็มีในกรุพระปรางค์ปรานวัดมหาธาตุ ที่แตกออกมาในปี พ.ศ. 2499 รวมทั้งของมีค่าต่างๆ ในพระมหาสถูปใหญ่วัดพระศรีสรรเพชญ์ ที่สมเด็จพระรามาธิปดีที่ 2 ทรงสร้างขึ้นเอง กับพระบรมราชโอรส ที่ถูกผู้ร้ายขุด แล้วทางราชบัณฑิตยสภาเวลานั้นก็ลงมือขุดค้นเป็นการใหญ่คราวแรก ในปี พ.ศ. 2475 อันเป็นปีที่เกิด “ ปฏิวัติ 24 มิถุนา” นั้น

มหาสมบัติดังกล่าว ล้วนเป็นประณีตศิลป์ ฝีมือช่างในยุคสมัยสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช (เจ้าสามพระยา) สืบต่อกันมาจนถึงสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระราชบิดาตราบกระทั่งถึงรัชสมัยสมเด็จพระบรมราคาหน่อพุทธางกูร พระราชโอรส

นอกจากนี้ รัชสมัยของพระองค์ก็ยาวนานถึง 38 ปี ที่ล้วนประทับอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ไม่ต้องเสด็จโยกย้ายไปประทับอยู่ในที่อื่นใดนานๆ ดังเช่นในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระราชบิดา

พระราชศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ได้ดื่มด่ำล้ำลึกอยู่ในสายพระโลหิตมาแต่ราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งพอพระทัยในความเป็น “ พระมหาธรรมราชา” นอกจากนี้การที่พระองค์ทรงพระราชสมภพและทรงพระเจริญวัยเติบใหญ่มาในเมืองพิษณุโลกราชธานีที่ 2 แต่ครั้งกรุงสุโขทัย บรรยากาศแวดล้อมของสุโขทัยและเมืองบริวารตลอดจนพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ในเมืองพิษณุโลก ในสมัยที่พระราชบิดาเสด็จขึ้นไปประทับเป็นเวลานานถึง 25 ปี ล้วนมีผลต่อส่วนลึกแห่งพระราชหฤทัย และพุทธศิลป์นานัปการ จนเป็นที่เลื่องลือขจรไกลไปในนานาประเทศทั้งสิ้น

พระพุทธรูปทองคำ วัดพะเยาว์

พุทธลักษณะของพระพุทธรูปทองคำ

วิเคราะห์องค์ผู้สร้าง

วิเคราะห์การเคลื่อนย้ายที่ประดิษฐาน

 

 
 

 

ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม

 

 



ประเพณีตักบาตรดอกไม้ และถวายเทียนพรรษา

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท

เทศกาลท่องเที่ยวทุ่งทานตะวัน

เทศกาลโคนม

เทศกาลผักหวานป่าไร้สารพิษ

 

 
 
   

 

จังหวัดสระบุรี โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี
สนามกีฬาจังหวัด ถนนพหลโยธิน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี, 18000
โทรศัพท์ : 036230528 ,036223723  มือถือ : 0890818844