ภาษาไทย
English
Contact us
                 
 

 

 

พุทธลักษณะ

พระพุทธรูปทองคำ

วัดพะเยาว์ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี

คัดมาจากหนังสือพระพุทธรูปทองคำ วัดพะเยาว์

และพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดสระบุรี

จัดทำโดย

นายเสทื้อน ศุภโสภณ, นายพิเนตร น้อยพุทธา,

นายประทีป เชิดธรณินท์, นายวณิชย์ พีชวณิชย์

 

 

พระพุทธรูปทองคำ วัดพะเยาว์นี้ นับเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามมากองค์หนึ่ง พระวรกายสมสัดส่วน กล่าวอย่างสามัญก็คือไม่อ้วนไม่ผอม ช่วงพระอังสากว้างดูผึ่งผายงามสง่า สมกับช่วงพระเพลา (หน้าตัก) ซึ่งกว้างรับกัน ไม่แคบดูชะลูดดังพระพุทธรูปอู่ทอง พระพักตร์กลมเรียวเข้าหากันตรงช่วงล่างเล็กน้อย พระนลาฎกว้าง พระขนงโก่งมาบรรจบกันเป็นปีกกา ที่กึ่งกลางพระนลาฎ ตรงพระนาสิกพอดี พระโอษฐ์กว้างและยิ้มเผยอเล็กน้อยพองาม พระเนตรเป็นมุกอยู่ในลักษณะลืมตา คล้ายทอดพระเตรดูคนในระยะใกล้พอสมควร เสมือนเช่นผู้อุดมด้วยเมตตาจิตต่อผู้ที่เข้าไปใกล้ชิดทั่วหน้า พระนาสิกเรียวโด่งพองาม พระเศียรประกอบด้วยพระอุณหิส (ส่วนที่เป็นกระหม่อมอยู่ตรงกลางศรีษะ) เป็นลอนสูงสมส่วน เสริมต่อด้วยพระรัศมีเปลวเพลิง อย่างที่เรียกกันว่า “ เปลวอุณาโลม” ฝีมือประณีตพอสมควร (พระรัศมีที่งามยิ่งสุดยอด ก็เห็นจะได้แก่ พระรัศมีพระพุทธชินราช เมืองพิษณุโลก ฝีมือสกุลช่างสุโขทัย ชนิดที่ไม่มีในที่ใดเสมอ) เม็ดพระศกเล็กแหลม แบบ “ พระศกหนามขนุน” ไม่มีไรพระศกดังเช่นพระพุทธรูปอู่ทอง- ลพบุรี พระศอเป็นปล้อง 3 ปล้องรับกันเป็นอันดี

ครองจีวรแนบเนื้อ ชายสังฆาฎิเบื้องหน้ายาวจรดพระนาภี ปลายเป็นแฉกแบบชายธง มิได้ทำเป็นเขี้ยวตะขาบดังเช่นพุทธศิลป์สุโขทัย แต่สังฆาฎิมีเส้นคู่ขนานตรงขอบทั้งสองข้างแล้วทำปลายตัด ตรงใกล้จะถึงรอยแฉกของส่วนปลาย ดูคล้ายผ้าสองผืนซ้อนเหลื่อมกันอยู่ ตรงปลายส่วนที่เป็นแฉกชายธงถัดลงไป ทำเป็นเส้นคั่นอยู่ 3 เส้น เข้าใจว่าอาจจะเลียนแบบรอยย่นเขี้ยวตะขาบของพระพุทธรูปสุโขทัยชั้นครูก็ได้ แต่ในที่นี้คิดแบบขึ้นมาใหม่ ให้แตกต่างกันออกไป

แสดงว่าสังฆาฎิพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ ทำด้วยฝีมือประณีตเหนือสกุลช่างเดียวกันโดยทั่วไป ที่มักจะทำเป็นแฉกชายธงทิ้งไว้เฉยๆ ไม่มีการตกแต่เพิ่มเติมใดๆ

ส่วนสังฆาฎิด้านหลัง ทำยาวลงไปถึงเบื้องล่าง จนจรดทับเกษตร (ฐานที่ประทับนั่ง)

พระพุทธรูปทองคำองค์นี้ ประทังนั่งในปางสมาธิ แบบขับสมาธิราบ ประทับนั่งในลักษณะที่ดูองอาจผึ่งผายสง่างาม

กล่าวโดยทั่วไปพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ มีพุทธลักษณะของพระพุทธรูปสกุลช่างสุโขทัยชั้นครูมากที่สุด แต่ก็มิได้มีลักษณาการที่นุ่มนวลอ่อนโยน น่าประทับใจดังเช่นพุทธศิลป์สุโขทัย หากแฝงไว้ด้วยลักณะเข้มแข็งบึกบึน เยี่ยงพุทธศิลป์อู่ทอง ตามแบบฉบับของสกุลช่างอยุธยา

พุทธลักษณะดังกล่าวเป็นเอกลักษณะของพุทธศิลป์สกุลช่างอยุธยาโดยแท้

ข้อสังเกต พระพุทธรูปทองคำองค์นี้ มีลักษณะ “ อมยิ้ม” อย่างเห็นได้ชัด พุทธลักษณะเช่นนี้จะมีปรากฏอยู่ในพระพุทธรูปสุโขทัยบริสุทธิ์ (หมวดใหญ่) ที่เป็นฝีมือช่างชั้นครูทั่วไป ไม่มีอยู่ในพระพุทธรูปสกุลช่างอยุธยา

ดังนั้น พระพุทธรูปทองคำสกุลช่างอยุธยาองค์นี้ จึงมีอิทธิพลของพุทธศิลป์สุโขทัยปรากฏอยู่อย่างชัดแจ้ง นับเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ได้ประการหนึ่ง

พระพุทธรูปทองคำองค์นี้ มีขนาดช่วงพระเพลา (หน้าตัก) กว้าง 110 ซม. ส่วนสูง 170 ซม.

องค์พระประทับนั่งบนฐานบัวหงายซ้อนกัน 2 ชั้น แล้วมีกลีบแซมปรากฏแต่ส่วนปลายยอดสุดของกลีบบัวอีกชั้นหนึ่ง บัวแต่ละกลีบมีรูปลักษณะคล้ายกลีบบัวจริง และทุกกลีบทำเป็นเส้นยาวตามกลีบบัวซอยถี่ยิบขนาดกันเต็มพื้นที่ คล้ายกลีบบัวตามธรรมชาติของจริง นับเป็นฐานบัวที่มิได้ปรากฏมีอยู่ตามพระพุทธรูปโดยทั่วไป

นับเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของพระพุทธรูปทองคำองค์นี้

พระพุทธรูปทองคำองค์นี้ สร้างขึ้นในปางที่ค่อนข้างจะผิดแปลกไปจากพระพุทธรูปสกุลช่างโดยทั่วไป กล่าวคือสกุลช่างไทยนั้น ไม่ว่าเชียงแสน สุโขทัย หรืออู่ทอง จะนิยมสร้างพระพุทธรูปนั่งในปางมารวิชัยทั้งสิ้น

จนมีคำกล่าวกันว่า เกิดแต่ชนชาติไทยเราเป็นชาตินักรบ ต้องประสบกับการตู่อสู้กับข้าศึกศรัตรู ดุจพระพุทธองค์ทรงผจญมารอยู่เสมอ คนไทยจึงนิยมสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัยกันมากที่สุด

พระพุทธรูปสกุลช่างสุโขทัย ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นฝีมือช่างสุดยอดของความงามในกระบวนช่างไทยเราแต่โบราณนั้น แม้จะได้รับแบบอย่างมาจากพระพุทธรูปสกุลช่างลังกา ได้ช่างลังกาเป็นครู แต่การก็กลับเป็นที่ปรากฏว่าทางลังกานิยมพระพุทธรูปปางสมาธิเป็นพื้น พระพุทธรูปสุโขทัยมีแต่พระพุทธรูปปางมารวิชัยทั้งสิ้น ที่มีประทับนั่งปางสมาธินั้นก็มีอยู่บ้างเป็นจำนวนน้อยมาก

เรื่องนี้มีคำกล่าวกันในเชิงปรัชญา ให้ข้อคิดว่าพระพุทธรูปปางมารวิชัยนั้น เป็นลักษณะของผู้ที่กำลังต่อสู้เผชิญหน้ากับศรัตรูอยู่ โดยที่การต่อสู้นั้น ยังมิได้เสร็จสิ้น แต่พระพุทธรูปปางสมาธินั้น เป็นลักษระของพระพุทธองค์ที่ผ่านพ้นการผจญมาร จนได้ชัยชนะมาเรียบร้อยแล้ว จึงอยู่ในลัษณะของผู้สงบ พบแต่สันติสุข มีจิตเกษมแล้วเป็นอันดี

พระพุทธรูปปางเดียวกันนี้ ที่เป็นพระปรานที่สำคัญ ยังมีอีกองค์หนึ่ง คือ พระพุทธเทวปฏิมากร ซึ่งเป็นพระประธานประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ ซึ่งเป็นพระอารามประจำรัชกาลที่ 1 และที่พระพุทธอาสน์นั้นยังบรรจุกล่องพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระผู้สถาปนาพระราชวงศ์จักรี และกรุงรัตนโกสินทร์ไว้ด้วย จึงควรได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 1 ด้วย

พระพุทธรูปองค์นี้ เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดศาลาสี่หน้า (วัดคูหาสวรรค์) ฝั่งธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้อัญเชิญมาไว้เป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ ที่ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ ในสมัยแรกสร้างกรุง เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ของความมั่นคงแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

พระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปสกุลช่างอยุธยา ที่มีพุทธลักษณะงามเลิศองค์หนึ่ง และเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งหาได้ยากเช่นกัน

พระพุทธรูปทองคำ วัดพะเยาว์นี้ จึงนับเป็นสุดยอดของปูชนียวัตถุอีกสิ่งหนึ่งของชาวสระบุรี ที่ควรแก่การเทิดทูนไว้เป็นที่สักการะ เป็นสรณะที่พึ่งอันวิเศาได้เป็นอย่างดี เป็นที่ควรแก่การภาคภูมิใจได้เป็นอย่างยิ่ง ตลอดไปตรวบชั่วกาลนาน

ที่สำคัญพระพุทธรูปองค์นี้ น่าจะเป็นพระพุทธรูปองค์เดียว ที่เป็นพระพุทธรูปทองคำล้ำค่า สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ที่ยังหลงหลือรอดพ้นมหันตภัยมาได้ด้วยความสวัสดีจนถึงทุกวันนี้ อย่างเป็นที่น่าอัศจรรย์

นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีบุญญาภินิหาร ควรแก่การเทิดไว้เป็นมิ่งขวัญ เป็นสรณะที่พึ่งได้อย่างสนิทใจโดยแท้

 

พระพุทธรูปทองคำ วัดพะเยาว์

พุทธลักษณะของพระพุทธรูปทองคำ

วิเคราะห์องค์ผู้สร้าง

วิเคราะห์การเคลื่อนย้ายที่ประดิษฐาน

 

 

 

 

 

ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม

 

 



ประเพณีตักบาตรดอกไม้ และถวายเทียนพรรษา

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท

เทศกาลท่องเที่ยวทุ่งทานตะวัน

เทศกาลโคนม

เทศกาลผักหวานป่าไร้สารพิษ

 

 
 
   

 

จังหวัดสระบุรี โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี
สนามกีฬาจังหวัด ถนนพหลโยธิน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี, 18000
โทรศัพท์ : 036230528 ,036223723  มือถือ : 0890818844